ดอกไม้แห่งโชคชะตาทั้ง 12 ราศี
ราศีมังกร
ดอกไม้ประจำราศีมังกร : ดอกเบญจมาศ เป็นดอกไม้แห่งความสูงส่งบางแห่งใช้เป็นตัวแทนของกษัตริย์หรือราชวงศ์ มักบานเป็นเวลานานก่อนที่จะโรยราไป มีพลังแห่งความฉลาดแฝงอยู่ในดอกไม้นี้มากเป็นพิเศษ ทำให้ชาวราศีมังกรเต็มไปด้วยความฉลาด หลักแหลม มีความสามารถในการวางแผนระยะยาวที่ได้ผล ดอกไม้นี้แสดงถึงความสำเร็จในชีวิต มักมีเพื่อนที่ภักดีพร้อมให้ความช่วยเหลือ เช่น เดียวกับที่มีกลีบดอกซ้อนกันเป็นชั้นๆ แสดงถึงความอุปถัมภ์ค้ำจุนที่ดี นอกจากนี้ยังเป็นนักฟังที่ดีด้วย สิ่งที่เด่นเป็นพิเศษของดอกไม้นี้คือ เป็นนักวางแผนด้านการเงินที่ดี เพราะเป็นคนไม่ชอบความเสี่ยงในเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น
การเงิน : เป็นคนชอบเก็บเงิน มักหมดกับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์
สุขภาพ : มีความบอบบางเรื่องนี้มาก ระวังสภาพอากาศรุนแรงทำให้ป่วยบ่อย
ความรัก: เป็นคู่รักที่ซื่อสัตย์และจริงใจ
อาชีพ : วิศวกร สถาปนิก ผู้ผลิตรายการทีวีหรือวิทยุ ผู้จัดการการเงิน พ่อค้าเพชรพลอย ที่ปรึกษาด้านการเมือง
ราศีกุมภ์
ดอกไม้ประจำราศีกุมภ์ : ดอกกล้วยไม้ เป็นดอกไม้ที่มักเลี้ยงในเรือนเพาะชำที่ต้องดูแลอย่างดี เป็นตัวแทนของความเอาใจใส่ดูแลอย่างลึกซึ้ง ผู้ที่มีดอกกล้วยไม้เป็นดอกไม้ประจำตัว จะเต็มไปด้วยความเอื้ออาทรและเอาใจใส่ทุกๆ คนอย่างลึกซึ้ง มีความฉลาด หลักแหลม รักธรรมชาติ เป็นคนใจกว้าง แต่เนื่องจากกล้วยไม้เป็นดอกไม้ที่บานทนนานกว่าดอกไม้อื่นๆ จึงต้องดูแลในระยะยาวนานและจริงจังกว่าด้วย เพื่อให้มันคงความงดงามอยู่ตลอดไป
การเงิน : คนพวกนี้จะรักของไฮเทคชิ้นล่าสุดและเกลียดการเป็นหนี้ที่สุดค่ะ
สุขภาพ : มักชอบป่วยเป็นโรคที่หาสาเหตุไม่ได้ แต่ก็จะหายได้เองอย่างรวดเร็ว
ความรัก : เป็นคนยึดมั่นในสัญญา ซื่อสัตย์และจงรักภักดี
อาชีพ : เหมาะกับงานข้อมูลอิเลกโทรนิกส์ โทรทัศน์ พรีเซ็นเตอร์สินค้า นักเขียน ศิลปินและหมอดู
ราศีมีน
ดอกไม้ประจำราศีมีน: ดอกคาร์เนชั่นแดง ดอกไม้โปรดของศิลปิน ดอกไม้แห่งความฝันอันลึกลับให้เราเห็นในโลกของความฝัน เมื่อฝันนั้นถูกนำเข้าสู่ความเป็นจริง ไม่ว่าจะด้วยงานเขียนภาพแนวสร้างสรรค์หรืองานบริการด้านต่างๆ ก็ตาม บุคลิกก็จะปรากฎออกมา
การเงิน : เป็นพวกใช้ก่อนคิด และมักจะกลุ้มใจกับการได้เห็นยอดบัญชีอันร่อยหรอของตนเอง
สุขภาพ : มักเจ็บป่วยจากเรื่องของอารมณ์ และมีปัญหาเรื่องเท้าบ่อยๆ
ความรัก : อ่อนไหวง่าย เต็มไปด้วยอารมณ์รักที่แปรปรวน แต่ก็มีเสน่ห์เร้าใจ
อาชีพ : นักแสดง นักเขียน นักสังคมสงเคราะห์ ทหารเรือ หมอดู นักแต่งเพลง นักวิจารณ์อาหาร
ราศีเมษ
ดอกไม้ประจำราศีเมษ : ดอกลิลลี่ ดอกไม้นี้มีความเป็นผู้นำอยู่ในธรรมชาติของมัน เมื่อเข้าไปในงานเลี้ยง ดอกไม้ชนิดนี้มักจะถูกจัดวางไว้ในระดับสูง หรือโดดเด่นกว่าดอกไม้อื่นๆ และทุกครั้ง มันก็จะได้ความประทับใจมากที่สุดด้วย ที่ๆ เหมาะสมที่สุดสำหรับดอกไม้นี้ก็คือ จุดที่โดดเด่นที่สุดในงานนิทรรศการ
การเงิน : คนที่มีดอกไม้นี้ประจำตัวจะใช้เงินส่วนใหญ่หมดไปเพื่อแสดงอำนาจและบารมีของตน
สุขภาพ : มีแนวโน้มปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับกระดูกหักหรือการบาดเจ็บที่ศีรษะ
ความรัก : เป็นคนโรแมนติกและชอบครอบครองเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ
อาชีพ : นักบริหารธุรกิจ ผู้กำกับรายการทีวี ล่าม นายทหารสัญญาบัตร ดาราภาพยนตร์ นักประดิษฐ์ ออร์กาไนเซอร์จัดงานเลี้ยง
ราศีพฤษภ
ดอกไม้ประจำราศีพฤษภ : ดอกลีลาวดี คือการชอบรอคอยสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง คนพวกนี้จึงคิดการณ์อย่างรอบคอบสุขุม และจะคิดในระยะยาว คำนึงถึงคุณภาพของทุกอย่างว่าคุ้มค่าคนที่เป็นดอกไม้แบบนี้มักโกรธยากและมีความจำดี
การเงิน : เป็นนักลงทุนที่ดีและมักใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล
สุขภาพ : เป็นพวกไม่ค่อยร้องทุกข์เรื่องความเจ็บป่วย เพราะอยากให้คนอื่นรู้สึกว่าตัวเองเก่ง สิ่งสำคัญคือ เรื่องของระบบเสียงและเรื่องเจ็บคอหรือติดเชื้อในลำคอง่ายๆ
ความรัก : เป็นคนเชื่อมั่นรักษาสัญญา เห็นอกเห็นใจและเป็นคู่รักที่ปกป้องคุ้มครองได้ดี
อาชีพ : นักพฤกษศาสตร์ โบรกเกอร์หุ้น แพทย์ สถาปนิก หัวหน้างานต่างๆ นักร้อง วิศวกร มัณฑนากร
ราศีเมถุน
ดอกไม้ประจำราศีเมถุน : ดอกเล็บมือนาง ดอกไม้ที่ไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อนในสวนแห่งชีวิตเพราะมักจะบานบ่อยๆ ด้วยเสน่ห์แบบง่ายๆ และความฉลาดเฉลียว เป็นดอกไม้ที่มีความงามแบบเฉพาะตัว เมื่อปลูกอยู่ในบ้านหรือริมรั้ว คนที่มีดอกไม้นี้เป็นประจำราศี มักจะเป็นคนมีความคิดเปิดกว้างและยืดหยุ่น แต่มีอารมณ์ที่ปรวนแปรง่ายโดยเฉพาะในเรื่องของความรัก อาชีพเด่นที่เหมาะมากสำหรับคนราศีนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความงาม ธุรกิจและงานของหนังสือสิ่งพิมพ์ต่างๆ
การเงิน : เป็นพวกมีรสนิยมสูงรายได้ต่ำ จึงมักมีหนี้สินท่วมตัวอยู่บ่อยๆ
สุขภาพ : มักจะหักโหมทำงานหนัก จึงมีปัญหาเรื่องความเหน็ดเหนื่อยและอาการระบบประสาทเป็นประจำ เพราะความเครียดสะสม
ความรัก : เป็นคนอ่อนไหวง่าย ช่างเฟลิ้ตและเจ้าชู้ เพราะชอบความรักแบบตื่นเต้นตลอดเวลา
อาชีพ : นักสังคมสงเคราะห์ คุณครู
ราศีกรกฏ
ดอกไม้ประจำราศีกรกฏ :ดอกบัว ดอกไม้แสนสวยสงบ อ่อนหวานในสระน้ำลึกบรรยากาศที่ดีเป็นสิ่งที่จะทำให้ดอกไม้นี้ผลิบานงดงามเต็มที่ คนราศีนี้ก็เช่นกันเขาต้องการบ้านช่องที่สวยงาม เรียบร้อยและมีระเบียบ แฝงการตกแต่งแบบอบอุ่น อ่อนหวาน พวกนี้มักจมอยู่กับห้วงฝันอันอ่อนหวานและไม่ค่อยยอมตื่นขึ้นมาพบความจริงของชีวิต มักคาดหวัดในชีวิตสูงแต่ไม่ชอบความฟุ่มเฟือย ชาวดอกบัวมีความใส่ใจในศักดิ์ศรีแห่งมนุษย์ นี่คือเหตุผลที่ดอกไม้นี้ถูกเลือกให้เป็นดอกไม้ของชาวพุทธ
การเงิน : มักใช้จ่ายหมดไปกับบ้าน และเรื่องอาชีพการงาน คนพวกนี้มักได้เงินเดือนดีและมีบ้านสวยๆ
สุขภาพ : มีปัญหากับเรื่องหัวเข่า เช่น หกล้มเป็นแผลสรุปคือซุ่มซ่ามช่างโก๊ะนั่นแหละ หรือมีปัญหาของกระดูกบ่อยๆ และมักเป็นไข้หวัดง่ายกว่าคนอื่นๆ ควรระวังเรื่องระบบการย่อย การไอ และเรื่องโรคโลหิตจาง
ความรัก : เป็นคนโรแมนติกและซื่อสัตย์ในรัก แต่จะรักคนยากและรักช้าๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวือหวา
อาชีพ : นักชีววิทยาทางทะเล นักจิตวิทยา นักปีนเขา นักดำน้ำ นักลงทุนในตลาดหุ้นช่วยประสานงานโครงการ
ราศีสิงห์
ดอกไม้ประจำราศีสิงห์ : ดอกทานตะวัน เต็มไปด้วยความเป็นมิตรและร่าเริง สนุกสนาน เป็นดอกไม้อารมณ์ดีที่สุดในหมู่ดอกไม้ทั้งหมด ดอกทานตะวันเป็นดอกไม้ที่มีความมั่นใจและไม่ค่อยเรื่องมากในเรื่องของความรัก แม้จะเด่นก็ไม่ได้เรียกร้องความสนใจเป็นพิเศษ ตรงข้ามกลับชอบที่จะอยู่ในที่ธรรมดาๆ และหาความสนุกสนานใส่ตัวมากกว่าการต้องระวังรักษากิริยาท่ามกลางฝูงชน
การเงิน : มักหมดเงินกับเรื่องของทรงผมและของฟุ่มเฟื่อยทุกชนิด
สุขภาพ : มักเป็นโรคติดเชื้อต่างๆ ง่ายๆ ควรระวังเรื่องเชื้อไวรัสและเรื่องไข้ระหว่างฤดูไว้ให้มาก
ความรัก : เป็นคนรักอิสระและไม่ชอบการผูกมัด แต่โรแมนติกและแสดงออกเรื่องรักอย่างมาก
อาชีพ : แขกรายการทอล์คโชว์ ครู นักเขียน นักบินอวกาศ บรรณาธิการนิตยสารทนายความและดารานำแสดงภาพยนตร์
ราศีกันย์
ดอกไม้ประจำราศีกันย์ : ดอกทิวลิป เป็นดอกไม้ที่แคร์ความรู้สึกของคนอื่นๆ มากกว่าระดับปกติ มีหัวใจที่ลึกซึ้งด้วยความเห็นอกเห็นใจ ฉลาดหลักแหลม ชื่นชมการใช้วิธีธรรมชาติบำบัด ดอกทิวลิปเป็นดอกไม้แห่งความรู้สึกซึ้ง โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ เป็นคนเจ้าระเบียบ ตู้เสื้อผ้าจะเป็นระเบียบเสมอ ตรงต่อเวลา แต่มักวิตกกังวลเรื่องต่างๆ ได้ง่ายๆ
การเงิน : เป็นคนเก็บเงินที่อยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่ฟุ่มเฟื่อยกันเป็นส่วนใหญ ่แต่ไม่เอาเปรียบใคร
สุขภาพ : มีปัญหาเรื่องการบริโภคและระบบประสาทที่มักเครียดด้วยเรื่องคนอื่นบ่อยๆ
ความรัก : เป็นคู่รักที่อ่อนหวานและเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ
อาชีพ : บรรณารักษ์ ศัลยกรรมเสริมสวย แพทย์ นักพฤกษศาสตร์ นักวิจารณ์ ละครและงานศิลปะ บาทหลวง
ราศีตุลย์
ดอกไม้ประจำราศีตุลย์: ดอกกุหลาบ ดอกไม้แห่งความโรแมนติกและมีความสวยประณีต ดอกไม้ที่โดดเด่นอ่อนหวาน เข้ากับทุกสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี พวกนี้ชอบความงดงามของบรรยากาศ แต่ก็ไม่ใช่คนมีระเบียบมากนัก ออกจะรกกว่าคนอื่นๆ ด้วยซ้ำไป และเพราะดอกกุหลาบเป็นดอกไม้ที่ให้กลิ่นหอม ทำให้ชาวราศีนี้มักเป็นพวกมีเสน่ห์ในวงสนทนาเป็นพิเศษ
การเงิน: มักหมดเงินกับการทานอาหารสังสรรค์กับญาติมิตร
สุขภาพ: ดอกกุหลาบมีกิ่งก้านแข็งแรง เช่น คนพวกนี้ที่มีแขนขาแข็งแรงจุดควรระวังคือเรื่องของตับและไต
ความรัก : โรแมนติก อ่อนหวาน และเป็นอิสระในความคิด
อาชีพ : นักอนุรักษ์สภาพแวดล้อม นักดนตรีระดับสูง ผู้เชี่ยวชาญ คอมพิวเตอร์กราฟิก มัณฑนากร ผู้เชี่ยวชาญความงาม นักปรึกษาด้านการสร้างภาพลักษณ์
ราศีพิจิก
ดอกไม้ประจำราศีพิจิก: ดอกกระบองเพชร ด้วยความลึกลับในกำเนิดและเกสร รวมทั้งในทุกๆ กลีบดอก คนที่เป็นดอกไม้นี้จะมีความลับนับร้อยๆ อยู่ในการดำเนินชีวิตของเขา สิ่งนี้ทำให้เขาเป็นคนมีเสน่ห์ตรงความน่าค้นหาไม่รู้จบนี่เอง เขามักชอบอยู่เงียบๆ และเก็บเรื่องราวของตนเองไว้ ไม่เปิดเผยกับใครๆ ชอบทำงานเป็นชั่วโมงๆ ในออฟฟิศมากกว่าจะออกไปสังคม คนพวกนี้มักประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ คนราศีนี้มีเสน่ห์ดึงดูดใจในเรื่องบนเตียงอย่างมาก เป็นคู่รักที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความปรารถนา แม้จะดูสงบเยือกเย็นแต่ก็เป็นแต่เพียงภายนอก
การเงิน : มักมีการใช้จ่ายแบบลับๆ หรือเปิดเผยไม่ได้ในส่วนตัวเสมอ
สุขภาพ : มักมีปัญหาหากอยู่ในที่ๆ มีอุณหภูมิร้อนจัดเย็นจัดเกินไป รวมทั้งปัญหาของระบบการย่อย
ความรัก: เป็นคนเจ้าอารมณ์ เข้มงวดกับเรื่องรัก เต็มไปด้วยความอ่อนไหวลึกซึ้งเรื่องนี้
อาชีพ : นักโบราณคดี ทนายความ ที่ปรึกษาการลงทุน เภสัชกร ศัลยแพทย์สมอง ผู้จัดการโรงแรม นักแข่งรถ
ราศีธนู
ดอกไม้ประจำราศีธนู : BIRD OF PARADISE ดอกไม้นี้ เป็นดอกไม้ความสนุกสนานความโชคดีของชีวิตที่สว่างไสวอยู่ในมุมที่น่าเบื่อที่สุดของสวน เป็นสัญลักษณ์ของความพยายามและทะเยอทะยานในทางที่ดี เป็นดอกไม้แห่งความประพฤติดีๆ และระเบียบวินัยที่ผ่อนคลายและยืดหยุ่น ช่วยให้กำลังใจในเวลาตกต่ำของชีวิต ทำให้มองโลกในแง่ดีขึ้น เป็นใบเบิกทางสู่เสรีภาพ และมักนำไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องเสมอๆ
การเงิน : มีธรรมชาติเป็นนักพนัน ได้มาง่ายๆ และมักใช้มากกว่าเก็บ
สุขภาพ : มีพลังงานสูง มักมีปัญหาของข้อต่อและอุบัติเหตุจากการหกล้มบ่อยๆ ให้ต้องระวังเป็นพิเศษ
ความรัก : ซื่อสัตย์และชอบผจญภัย อารมณ์อ่อนไหวในเรื่องนี้มาก
อาชีพ : นักบิน สัตวแพทย์ นักเขียนเรื่องการเดินทาง นักวาดการ์ตูน นักแสดง ตลก นักการเมือง
\
10 ดอกไม้ที่อันตรายที่สุดในโลก
10 Narcissus
ดอกนาร์ซิสซัสนี้ ว่ากันว่า มีพิษร้ายแรงมากมาย มีหลายคนที่สับสนแยกไม่ออกระหว่างดอกไม้นี้กับหัวหอม แต่ถ้ากินเข้าไปแล้วล่ะก็ เจอดีแน่ ทั้งอาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องร่วงอย่างแรง
9 Rhododendron
ต้นไม้นี้มีดอกที่สวย รูปทรงเหมือนกระดิ่ง และจะงอกงามมากในฤดูใบไม้ผลิ แต่ว่าใบของมันมีพิษร้ายเช่นเดียวกับน้ำหวาน ถ้าเผลอกินเข้าไป อาจทำให้ริมฝีปากไหม้ได้ จากนั้นก็จะคลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว ถ้าหากว่าเผลอกินเข้าไป ให้รีบดื่มน้ำตามมากๆ จะช่วยได้
8 Ficus
ไฟคัส ต้นไม้เล็กๆ ที่มีใบเล็ก และมียางที่มีพิษเหลือร้าย มันสามารถเติบโตได้หลากหลายที่ แม้แต่ในหม้อเก่าๆก็โตได้ ถ้าหากว่ายางของมันโดนผิวเข้าล่ะก็ จะเจ็บปวดมากทีเดียว และต้องไปหาหมอเพื่อขอยาทาแก้ปวดแสบปวดร้อน
7 Oleander
ทุกส่วนของต้นไม้นี้เป็นพิษหมด แค่เผลอสูดควันที่เราเผามันเข้าไป ก็เจออันตรายแล้ว ถ้าเผลอกินเข้าไปล่ะก็ จะเป็นอันตรายต่อหัวใจและระดับโพแทสเซียมในร่างกายได้
6 Chrysanthemum
ดอกไม้นี้มีมากกว่า 200 ชนิดในสปีชี่ส์เดียว เพราะงั้นก็ไม่แปลกที่บางชนิดจะมีพิษร้าย ถ้าอยากรู้ว่าดอกเบญจมาศชนิดไหนมีพิษ เค้าว่าให้ดูที่กระต่าย เพราะมันจะไม่กล้าเข้ามากิน แต่ถ้าโดนเข้าไป อาจจะทำให้ผิวหนังไหม้ และต้องหายาทา
5 Anthurium
ถ้าหากว่า เผลอแตะโดนบริเวณไหนของผิวหนังล่ะก็ เสร็จแน่ ดอกไม้นี้ จะทำให้ร่างกายของคุณไหม้ ยิ่งถ้าโดนปากนี่ แย่ที่สุดเลย หรือถ้ากินเข้าไปนี่ จะทำให้เสียงแหบเสียงแห้ง พูดไม่ได้ยินไปสักพักเลยล่ะ
4 Lily-of-the-valley
ถ้ากินเข้าไปแล้ว หัวใจจะเต้นแรง คลื่นไส้ อาเจียน บางคนที่กินมากๆ อาจจะเจอล้างท้องได้
3 Hydrangea
อะไรกัน ไฮเดรนเยียออกจะสวยเนอะ แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่า จะมีอันตรายด้วย มันสวยก็จริง แต่ถ้ากินเข้าไปล่ะก็ จะเนื้อตัวเย็นเฉียบ ครั่นเนื้อครั่นตัว คลื่นไส้ อยากจะอาเจียน บางคน อาจจะเกิดอาการช็อคได้เลยด้วยซ้ำไป เพราะงั้น ดูแต่ตา มืออย่าต้อง นะจ๊ะ
2 Foxglove
ถุงมือหมาจิ้งจอก? ดอกไม้สูงแค่สามฟุต สีสวยงามนี่แหละ อันตรายดีทีเดียว แน่นอนว่า จะทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องมาก และปากไหม้ด้วย ถ้ากินเข้าไปนะ บางคนก็จะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ ว่ากันว่า มันฆ่ากระต่ายได้เลยล่ะ
1 Wisteria
ชื่อต้นไม้นี้ แปลกทีเดียวเชียว แต่ก็นั่นแหละ เค้าบอกว่า ถ้าเผลอกินเข้าไปเมื่อไหร่ ท้องร่วง ท้องเสีย อาเจียน ปวดหัว เป็นไข้ วิงเวียนแน่ และถ้าไปโรงพยาบาลไม่ทัน อาจจะช็อคได้เหมือนกัน
อ้างอิง http://board.postjung.com/558802.html
10อันดับสิ่งก่อสร้างที่แพงที่สุดในโลก
อันดับ 10 สะพานแขวน Akashi-Kaikyou Bridge
Akashi-Kaikyou Bridge ประเทศ Japan ราคา 5,000 ล้านเหรียญ เสร็จใน 1998 สะพานแขวนของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสะพานที่ยาวที่สุดในโลก
———–
อันดับ 9 เครื่องเร่งอนุภาค Large Hadron Collider
Large Hadron Collider ประเทศ World ราคา 6,000 ล้านเหรียญ เสร็จใน 2008เครื่องเร่งอนุภาคที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยใช้เงินจากทุกประเทศทั่วโลกรวม ถึงไทยเราด้วย ซึ่งเท่าไรผมก็ไม่รู้เป็นเครื่องเร่งความเร็วอนุภาคของศูนย์วิจัย CERN ในสวิตเซอร์แลนด์ มีลักษณะเป็นท่อใต้ดินวนเป็นวงกลมยาว27 กิโลเมตร เป้าหมายของ LHC คือใช้ทดลองเร่งความเร็วอนุภาคแล้วเอามาวิ่งชนกัน เพื่อตรวจสอบทฤษฎีทางฟิสิกส์โดยเร่งให้อิเล็กตรอนเคลื่อนที่เกือบเท่าความ เร็วแสงซึ่งปกติอิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่ประมาณ 150,000 กมต่อวินาทีซึ่งจะทำให้เกิดหลุมดำขนาดเล็กๆ ซึ่งเล็กมาก ภายในเสี้ยววินาทีและเราก็จะเก็บอนุภาคที่หลุมดำปล่อยออกมา เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีมากมายซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีทฤษฎีสัมพันธภาพ ซิงกูลาลิตี้ ควอนตัม
———–
อันดับ 8 สะพานแขวน New Bay Bridge
New Bay Bridge ประเทศ United States ราคา 6,300 ล้านเหรียญ เสร็จใน 2013เป็นสะพานแขวนจากซานฟานซิสโกไปยังแคลิฟอร์เนีย ซึ่งปัจจุบันก็มีสะพาน BayBridge อยู่แล้ว แต่ยาวกว่า ใหญ่กว่า ซึ่งคล้ายๆกับสะพานโกลเดนเกจ
———–
อันดับ 7 โรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่น ITER
โรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่น ITER ประเทศ United States European IndiaJapan China Russia South Korea ราคา 6,500 ล้านเหรียญ เสร็จใน 2016อันนี้เป็นสุดยอดที่ผมขอนำเสนอเพราะเป็นโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบฟิวชัน โดยใช้กาซไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิง(พลังงานสะอาดกว่าฟิวชัน เพราะไม่มีกัมมันตภาพรังสี)โดยเครื่องนี้จะเร่งอุณหภูมิสูงถึง 10 ล้านองศาเซลเซียสโดยมีผนังเป็นพลาสม่ากันความร้อน สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 500 MW
——–
อันดับ 6 ท่อส่งน้ำมัน Alaska Pipeline
Alaska Pipeline ประเทศ United States ราคา 8,000 ล้านเหรียญ เสร็จใน 1977เป็นท่อส่งน้ำมันที่ยาวที่สุดในโลกส่งจากรัฐอลาสก้ามายังคลังเก็บน้ำมัน ในสหรัฐ เป็นมาตรการความมั่นคงของชาติ แต่กลับไปเอาของประเทศอื่นมาใช้แล้วสุดท้ายประเทศที่เหลือน้ำมันเป็นประเทศ สุดท้ายก็คือ สหรัฐอเมริกา
———
อันดับ 5 เรือ CVN-78 class aircraft carrier
CVN-78 class aircraft carrier ประเทศ United States ราคา 8,100ล้านเหรียญ เสร็จใน 2015 สุดยอดเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐ ทั้งขนาดเรืออนุภาพ และเทคโนโลยีไม่เป็นสองรองใคร ถึงกับทำให้ประเทศคู่แข่งของสหรัฐคือ รัสเซียถึงกับต้องสร้างเรือมาแข่งแสงยานุภาพด้วย แต่ก็ไม่ติดในรายชื่อ20 อันดับนี้ ขอซูฮก กับอเมริกาจริงๆ ไม่รู้เค้าจะเก่งไปถึงไหน !
———
อันดับ 4 อุโมงค์ Channel Tunnel
Channel Tunnel ประเทศ France United Kingdom ราคา 8,130 ล้านเหรียญเสร็จใน 2007 เป็นอุโมงค์ที่ให้ลอดใต้ช่องแคบอังกฤษสู่ประเทศฝรั่งเศสและเป็นอุโมงค์ที่ ลอดใต้ทะเล ที่ยาวที่สุดในโลก คือมีความยาวถึง 49.94กิโลเมตร อุโมงค์นี้มีทั้งทางวิ่งของรถไฟ และรถยนต์ทำให้การติดต่อคมนาคมระหว่างอังกฤษ กับฝรั่งเศสเป็นไปอย่างสะดวกมาก
ซึ่งรถไฟที่ใช้วิ่งในอุโมงค์นี้ ก็เป็นรถไฟด่วนแบบเดียวกับ รถไฟด่วน TGV(รถไฟที่เร็วที่สุดในโลก ของฝรั่งเศส) มีชื่อว่า.. “ยูโรสตาร์”วิ่งที่ความเร็วเกือบ 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
———–
อันดับ 3 อุโมงค์ Big Dig
Big Dig ประเทศ United States ราคา 14,600 ล้านเหรียญ เสร็จใน 2007เป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่ขนาด 10 เลนเชื่อมต่อจากรัฐบอสตัน ไปยังรัฐเมสสาซูเซสซึ่งจะทำให้เมืองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกาจะ กลายเป็นเมืองที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
————
อันดับ 2 เขื่อนแยงซีเกียง Three Gorges Dam
Three Gorges Dam ประเทศ China ราคา 25,000 ล้านเหรียญ เสร็จใน 2011สุดยอดความภาคภูมิใจของเอเชีย และของจีน มันก็คือ เขื่อนแยงซีเกียงมันเก็บกักน้ำมากซะจนทำให้แกนโลกเอียงเลยที่เดียว (มาจากข่าวนะครับไม่ได้คิดเอง) แต่ก็คงแย่สำหรับคนไทยสักหน่อยเพราะเขื่อนนี้อยู่ต้นสายของแม่น้ำโขงของเรา นี้เองซึ่งแม่น้ำโขงเราเป็นเพียงแค่กิ่งของแม่น้ำแยงซีเกียงจีนเลยมีสิทธิ์ ขาดของแม่น้ำสายนี้
————
อันดับ 1 สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)
สถานีอวกาศนานาชาติ International Space Station (ISS) ประเทศ UnitedStates Russia Japan Canada European ราคา 157,000 ล้านเหรียญ แล้วเสร็จใน2010 เป็นที่สุด สุดยอดที่มนุษย์เคยสร้างมาซึ่งจะเป็นการก้าวต่อไปของเทคโนโลยี ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ยารักษาโรคเอดส์, มะเร็ง การอยู่อาศัยของมนุษย์นอกอวกาศ เทคโนโลยีการป้องกันภัยจากนอกโลก (อุกกาบาต) และอื่นๆ อีกมากมาย
—————
Credit:http://kon-mee-klass.blogspot.com/
10อันดับ ห้องสมุดที่สวยที่สุดในโลก
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ มีห้องสมุดที่สวยงาม บรรยากาศเหมือนโรงแรม 5 ดาว เลย...
1. University Club Library - New York City, United States Photograph by Peter Bond
2. Canadian Library of Parliament - Ottawa, Canada Photograph by James Gillard
3. Yale University's Beinecke Rare Book and Manuscript Library - New Haven, Connecticut Photograph by Lauren Manning
4. Iowa State Capital Law Library - United States Photograph by Tani Livengood
5. Suzzalo Library at the University of Washington - Seattle, Washington Photograph by Sam
6. Admont Abbey Library - Austria Photograph by Ognipensierovo
7. State Library - Victoria, Australia Photograph by Waltonics
8. Library at El Real Monasterio de El Escorial - Madrid, Spain Photograph by Jose Maria Cuellar
9. Jos Vasconcelos Library - Mexico City, Mexico Photograph by Pedro Vasquez Colmenares
10. Real Gabinete Portugu?s de Leitura - Rio de Janeiro, Brazil Photograph by Ruy Barbosa Pinto
5 อันดับร้านขายหนังสือที่สวยที่สุดในโลก
1. Selexyz Bookstore, Maastricht, Holland
ร้านหนังสือแห่งนี้ สร้างมาจากโบสถ์เก่าทิ้งร้าง ทำให้รู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก
2. The Bookàbar Bookshop, Rome, Italy
การออกแบบที่ทันสมัยที่สุด ของบริษัทที่ดีที่สุด ทำให้การจัดเก็บหนังสือเป็นที่สุดเช่นเดียวกัน
3. Plural Bookshop, Bratislava, Slovakia
เรารักร้านแห่งนี้ก็เพราะบันได และจอแสดงผลที่ชั้นหนังสือติดผนัง (เรียบง่ายแถมยังสะอาดอีก)
4. Livraria Lello, Porto, Portugal
ร้านหนังสือในแบบสถาปัตยกรรมแบบ นีโอโกธิค เปิดในปี 1906 นิยามที่ดีที่สุดของที่นี่ คือบันไดแห่งสวรรค์
5. Cook & Book, Brussels, Belgium
ร้านหนังสือนี้ออกแบบได้แปลกและน่ากลัวเล็กน้อย (น่าไปไม่เห็นน่ากลัวเลย)
อ้างอิง http://campus.sanook.com
หนังสือภาพที่เก่าแก่และแพงที่สุดในโลก
หนังสือภาพ ‘Birds of America’ ของ John James Audubon ในศตวรรษที่ 19 ทุบสถิติหนังสือภาพแพงที่สุดในโลกไปด้วยราคา11.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (300 กว่าล้านบาท) ความขลังของหนังสือเล่มนี้คือ รวบรวมภาพวาดนกขนาดจริงกว่า 500 สายพันธุ์ไว้ถึง 1,000 ภาพ ซึ่ง Audubon ใช้เวลานานกว่า 12 ปีในการเดินทางไปเสาะหานกทั่วทวีปอเมริกา ปัจจุบันมีอยู่ 119 เล่ม โดย 108 เล่ม อยู่ในพิพิธภัณฑ์และห้องสมุด ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงถือเป็นของหายากที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ โดย Michael Tollemache ดีลเลอร์จากลอนดอน ผู้ชนะการประมูลจากซอเทอบีส์ พูดถึงการประมูลหนังสือเล่มนี้ว่า ‘priceless’ เพราะเขาเชื่อว่า หากมีการประมูลอีกครั้งในอนาคตหนังสือเล่มนี้จะทำรายได้ให้เขาถึง 400 เท่า!
อ้างอิงhttp://www.artbangkok.com/uploaded/0Nat0/Hilight/birds_of_america_book.jpg
http://www.makethelist.net/wp-content/uploads/2010/07/birds-of-america-338x450.jpg
http://www.luxuo.com/wp-content/uploads/2010/09/birds-of-america-book-468x319.jpg
ต้นไม้ที่แปลกที่สุดในโลก
1. Baobab
ต้นไม้ที่มหัศจรรย์ที่สุดก็คือต้น Baobab หรือต้นขนมปังลิง! (monkey bread tree) สามารถเติบโตได้ถึง 100 ฟุตและกว้าง 35 ฟุต สิ่งแปลกประหลาดของต้นไม้นี้ก็คือ ภายใต้ลำต้นที่บวมนี้คือ ที่เก็บน้ำที่จุได้มากถึง 120,000 ลิตร ไว้ใช้ในสภาวะอากาศแห้งแล้ง
2. Bristlecone Pine
ต้นสน Bristlecone ถือได้ว่าเป็นต้นไม้ที่เก่าแก่มาก ซึ่งพันธุ์ Methuselah นั้นจัดเป็นต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ที่มีอายุ 4,838 ปี อยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 11,000 ฟุต
3. Banyan
ต้น Banyan ตั้งชื่อตาม "banians" หรือผู้บุกรุกชาวฮินดูที่ทำกิจกรรมต่างๆ ภายใต้ต้นไม้นี้ และต้น Banyan เคยเป็นบ้านต้นไม้ของโรบินสัน ครูโซมาแล้วด้วย!
4. Tule
ต้น Tule เป็นต้นที่ใหญ่ที่สุดในต้นไม้ตระกูล Montezuma Cypress ตั้งอยู่ใกล้กับเมือง Oaxaca ประเทศเม็กซิโก มีขนาดลำต้นโดยรอบ 190 ฟุต (58 เมตร) ซึ่งมีความหนาจนผู้คนพูดว่าแทนที่คุณจะโอบกอดมัน...มันกลับโอบกอดคุณแทน!
5. Pando
ต้น Pando หรือ Trembling Giant ในรัฐยูท่าห์ ประกอบไปด้วยกว่า 47,000 กิ่งก้านสาขาที่แผ่ขยายไปทั่วพื้นที่ 107 เอเคอร์ หนักประมาณ 6,600 ตัน และมีระบบรากแก้วใต้ดินที่ใหญ่โตมาก เฉลี่ยแล้วแต่ละกิ่งก้านนั้นมีอายุประมาณ 130 ปี รวมทั้งระบบของต้น
6. Chapel - Oak of Allouville - Bellefosse
ต้น Chapel - Oak of Allouvill - Bellefosse เป็นต้นไม้ที่มีชื่อเสียงที่สุดในฝรั่งเศส มันไม่ใช่เพียงแค่ต้นไม้ธรรมดา แต่เป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาอีกด้วย ในปัจจุบันบางส่วนของโอ๊คต้นนี้ได้ร่วงเลยไปบ้างแล้วตามกาลเวลา แต่ผู้คนที่นั่นใช้เสาและสายเคเบิ้ลในการรองรับต้นไม้เก่าแก่ต้นนี้
7. Coast Redwood
ต้น Coast Redwood ถือเป็นต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลก โดยเจ้าต้นที่ชื่อว่า Hyperion ใน Redwood National Park นั้นมีความสูงกว่า 379 ฟุต (115 เมตร) จุดเด่นของมันก็ ต้น Coast Redwood จะประกอบไปด้วยต้นแคลิฟอร์เนียเรดวู้ดยักษ์ถึง 4 ต้น ซึ่งมันใหญ่ขนาดที่ว่าเราสามารถขับรถผ่านได้!
8. Giant Sequoias
ต้น Giant Sequoias ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปลูกใน เซียร์ร่า เนวาดา รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งต้น Giant Sequoias ที่ใหญ่ที่สุดคือพันธุ์ Genaeral Sherman ตั้งตระหง่านใหญ่ยักษ์อยู่ใน Sequoia National Park มีลำต้นสูงถึง 275 ฟุต (83.8 เมตร) และหนัก 6,000 ตัน
9. Circus
Axel Erlandson เกษตรกรปลูกถั่วคนหนึ่งได้ดัดแปลงและแกะสลักต้นไม้เป็นรูปร่างและลวดลายที่ แสนมหัศจรรย์จริงๆ เขาได้ตั้งชื่อมันว่าต้น “Circus” นี่คือตัวอย่างเจ้าต้น Circus ที่คิดว่ากว่าจะทำได้คงลำบากน่าดู...
10. Lone Cypress
ต้น Lone Cypress ขึ้นต้องแรงปะทะโดยลมหนาวจากมหาสมุทรแปซิฟิกอยู่ที่ชายหาด Pebble ในมอนทาเร่ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่โตมาก แต่มันตั้งเด่นเป็นสง่า (แบบว้าเหว่) อยู่ท่ามกลางทัศนียภาพที่สวยงามของมหาสมุทรแปซิฟิก
ที่มา http://dek-d.com/board/view.php?id=1301081
10อันดับอาหารที่แพงที่สุดในโลก
1. เครื่องเทศแพงที่สุดในโลก - แซฟฟรอน
แซฟฟรอน เป็นเครื่องเทศที่ได้มาจากเกสรตัวเมีย (สีแดงอมส้ม) ของดอกแซฟฟรอน โครคัส ซึ่งแต่ละดอกจะมีเพียง 3 เกสรเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ การที่จะผลิตแซฟฟรอนแห้งให้ได้น้ำหนักเพียง 1 ปอนด์ (0.45 ก.ก.) จะต้องใช้ดอกแซฟฟรอน โครคัส มากถึง 50,000-75,000 ดอก หรือปริมาณมากเท่ากับ 1 สนามฟุตบอลเลยทีเดียว ดอกโครคัส พบได้ในหลายพื้นที่ทั่วโลก อาทิ ประเทศสเปน กรีซ อิหร่าน อินเดีย โมร็อกโก เป็นต้น แต่ประเทศที่ผลิตเครื่องเทศแซฟฟรอนได้มากที่สุดในโลกก็คือ อิหร่าน ซึ่งคิดเป็นส่วนมากถึง 94 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณการผลิตทั่วโลก ประเทศที่นิยมใช้แซฟฟรอนเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารได้แก่ อิหร่าน และประเทศอาหรับอื่นๆ รวมถึงประเทศในแถบเอเชียกลาง อินเดีย ตุรกี ยุโรป ฯลฯ
ราคาขายส่งและขายปลีกของเครื่องเทศชนิดนี้อยู่ที่ระหว่าง 500-5,000 เหรียญสหรัฐต่อหนึ่งปอนด์ (ราว 17,000-170,000 บาท/0.45 ก.ก) หรือ 1,100-11,000 เหรียญสหรัฐต่อ 1 ก.ก. (ราว 37,400 - 374,000 บาท/ก.ก.)
2. ถั่วแพงที่สุดในโลก - แมคคาเดเมีย
ถั่วที่มีราคาแพงที่สุดในโลก คือ ถั่วแมคคาเดเมีย ถั่วชนิดนี้จะให้ผลผลิตต่อเมื่อมีอายุตั้งแต่ 7-10 ปีขึ้นไป ซึ่งการปลูกให้ได้ผลผลิตที่ดีนั้นจะต้องหมั่นคอยดูแลใส่ปุ๋ย และปลูกในที่ๆ มีฝนตกชุก ถั่วชนิดนี้เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอยู่หลายสายพันธุ์ด้วยกัน โดยมีถิ่นกำเนิดที่ประเทศออสเตรเลียมากถึง 7 สายพันธุ์ ที่นิว คาเลโดเนีย 1 สายพันธุ์ และ ที่เมืองสุลาเวสี ประเทศอินโดนีเซีย อีก 1 สายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่มีความสำคัญและมีมูลค่าในเชิงการค้ามากที่สุดมีเพียง 2 สายพันธุ์ คือ Macadamia integrifolia และ Macadamia tetraphylla ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในรัฐนิวเซาธ์ เวลส์ และควีนสแลนด์ ของประเทศออสเตรเลีย ไร่แมคคาเดเมียที่ปลูกขึ้นเพื่อการค้าเป็นครั้งแรก เกิดขึ้นในช่วงต้นของยุคปี ค.ศ. 1880 (พ.ศ. 2423) ในรัฐนิวเซาธ์ เวลส์ ของประเทศออสเตรเลีย อีก 2 ปีต่อมาได้มีการนำเข้าเมล็ดพันธุ์แมคคาเดเมียจากออสเตรเลียไปทดลองปลูกที่ ฮาวาย และเริ่มมีการปลูกแมคคาเดเมียในเชิงการค้าที่นั่นอย่างจริงจังนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1920 (พ.ศ. 2463) เป็นต้นมา
นอกจาก ออสเตรเลีย และฮาวายแล้ว ยังมีประเทศอื่นๆ ที่ปลูกแมคคาเดเมียเป็นพืชเศรษฐกิจอีก ได้แก่แอฟริกาใต้ บราซิล สหรัฐอเมริกา (แคลิฟอร์เนีย) คอสตา ริก้า อิสราเอล เคนย่า โบลิเวีย นิวซีแลนด์ และมาลาวี โดยมีออสเตรเลียเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก สำหรับราคาขายของถั่วชนิดนี้จะอยู่ที่มากกว่า 30 เหรียญสหรัฐต่อ 1 ก.ก. (มากกว่า 1 พันบาท/ก.ก.)
3. ไข่ปลาคาเวียร์แพงที่สุดในโลก - เบลูก้า คาเวียร์
ไข่ปลาคาเวียร์แพงที่สุดในโลก ไม่ได้มีสีดำอย่างที่หลายท่านคุ้นเคย แต่เป็นชนิดที่มีสีเทาอ่อนๆ ไล่ลงมาจนเกือบขาวตามอายุของปลา ยิ่งปลาอายุมากไข่ก็จะมีสีอ่อนลง และมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ไข่ปลาคาเวียร์อัลมาส (ภาษาเปอร์เซี่ยนแปลว่า "เพชร") ที่ได้มาจากปลา "เบลูก้า สเตอเจี้ยน" อายุหนึ่งร้อยปีขึ้นไป ถือเป็นไข่ปลาคาเวียร์ที่หายากที่สุด และมีราคาแพงที่สุด โดยมีราคาสูงถึงเกือบ 25,000 เหรียญสหรัฐต่อ 1 ก.ก. (ประมาณ 850,000 บาท/ก.ก.) ในขณะที่ราคาเฉลี่ยของเบลูก้า คาเวียร์ โดยทั่วไปในปัจจุบันจะอยู่ที่ 7,000 - 10,000 เหรียญสหรัฐต่อ 1 ก.ก. (ราว 2.38 -3.4 แสนบาท/ก.ก.)
ปลา "เบลูก้า สเตอเจี้ยน" มีถิ่นอาศัยอยู่ในทะเลแคสเปียน ซึ่งเป็นทะเลปิดที่อยู่ระหว่างทวีปเอเชียกับทวีปยุโรป อันเป็นพรมแดนของประเทศรัสเซีย อาเซอร์ไบจาน อิหร่าน เติร์กเมนิสถาน และประเทศคาซัคสถาน บางครั้งอาจพบปลาดังกล่าวอาศัยอยู่ในแถบทะเลดำ นานๆ ครั้งจึงโผล่ให้เห็นบ้างในทะเลอาเดรียติก ปลาชนิดนี้จะถือว่าโตเต็มที่พร้อมให้ผลผลิต (ไข่) เมื่อมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป
4. เห็ดแพงที่สุดในโลก - ทรัฟเฟิลขาว
เห็ดที่มีราคาแพงที่สุดในโลกคือ เห็ดทรัฟเฟิลขาว ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในแถบ Langhe แห่งแคว้นปีเอมอนเต ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ในอดีตคนเก็บเห็ดทรัฟเฟิลจะใช้หมูช่วยดมกลิ่นค้นหา แต่ระยะหลังๆ มักนิยมใช้สุนัขมากกว่า เพราะสุนัขจะไม่กินเห็ดเหมือนหมู เห็ดชนิดนี้มีราคาขายสูงถึง 1,700 - 3,800 ยูโร ต่อ 1 ก.ก. (ราว 82,000 - 183,502 บาท/ก.ก)
เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เห็ดทรัฟเฟิลสีขาว น้ำหนัก 1.08 กก. จากอิตาลี ถูกนายสแตนลีย์ โฮ มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจคาสิโนในมาเก๊า ประมูลไปในราคาสูงถึง 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6.8 ล้านบาท แต่สถิติเห็ดทรัฟเฟิลขาวราคาสูงสุดที่มีการบันทึกไว้ คือ 330,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 11 ล้านบาท ซึ่งนายสแตนลีย์ โฮ เจ้าเก่า เป็นผู้ชนะประมูลเมื่อปี ค.ศ. 2007
5. มันฝรั่งแพงที่สุดในโลก - La Bonnotte
มันฝรั่งราคาแพงที่สุดในโลก คือ “La Bonnotte” ปลูกได้เฉพาะบนเกาะนีวร์มูทีเยของประเทศ ฝรั่งเศสเท่านั้น แถมปีหนึ่งๆ ยังเก็บเกี่ยวได้เพียง 10 วัน ทั้งยังบอบบางมากเสียจนต้องใช้มือถอน และให้ผลผลิตเพียงปีละ 20,000 ก.ก. ด้วยเหตุนี้มันฝรั่งที่ว่าจึงมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละกว่า 2.3 หมื่นบาทเลยทีเดียว
6. เนื้อแพงที่สุดในโลก - เนื้อที่มาจากวัววากิว (Wagyu) ประเทศญี่ปุ่น
เนื้อแพงที่สุดในโลก คือ เนื้อที่มาจากวัววากิว (Wagyu) ประเทศญี่ปุ่น วัววากิวถือเป็นวัวพื้นเมืองที่มีอยู่หลายสายพันธุ์ด้วยกัน ชาวญี่ปุ่นจะเลี้ยงดูวัวเหล่านี้อย่างดีเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการให้หญ้าพันธุ์ดี ธัญพีช ฟาร์มบางแห่งถึงขนาดมีการนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้วัว หรือไม่ก็ผสมสาเก หรือเบียร์ ลงไปในอาหาร เนื้อวัวหลายชนิดที่คนรักเนื้อในบ้านเรารู้จักกันดีอย่างเช่น เนื้อโกเบ และมัตสึซากะ ฯลฯ ก็มาจากวัววากิวเช่นกัน แต่สาเหตุที่เรียกชื่อต่างกันเป็นเพราะว่าเลี้ยงกันคนละเมือง (เนื้อโกเบ มาจากฟาร์มในเมืองโกเบ ส่วนเนื้อมัตสึซากะมาจากฟาร์มในเมือง มัตสึซากะ เป็นต้น) เนื้อจากวัววากิวมีคุณค่าทาโภชนาการสูง และไขมันต่ำ รสชาติอร่อย นุ่มลิ้น ราวกับละลายในปาก จึงมีราคาสูงมาก - ที่ยุโรปเนื้อจากวัววากิวน้ำหนักประมาณ 200 กรัม มีราคาขายสูงกว่า 34,000 บาท
7. แซนด์วิชแพงที่สุดในโลก - คลับแซนด์วิช "von Essen Platinum"
นี่คือโฉมหน้าแซนด์วิช "แพงที่สุดในโลก" ฝีมือนายเจมส์ พาร์คินสัน หัวหน้าเชฟของโรงแรมหรู "von Essen" ในเมืองเบิร์กเชียร์ ประเทศอังกฤษ หลังจากสังเกตุส่วนผสมของแซนด์วิชในโรงแรมหรูห้าดาวทั่วโลกที่เขาได้มีโอกาส ไปเยี่ยมเยียน เขาจึงคิดรวบรวมส่วนผสมที่ดีที่สุดของแซนด์วิชในแต่ละโรงแรมมาไว้ในอันเดียว กัน ด้วยเหตุนี้ “von Essen Platinum Club Sandwich” ของเขาจึงกลายเป็นคลับแซนด์วิชแพงที่สุดในโลก ซึ่งมีทั้งหมด 3 ชั้น ประกอบด้วยส่วนผสมหลักคือ เนื้อไก่อย่างดี (พันธุ์ poulet de Bresse ของฝรั่งเศส) แฮม Iberian ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแฮมหายากคุณภาพเยี่ยมจากประเทศสเปน เห็ดทรัฟเฟิลขาวและมะเขือเทศจากประเทศอิตาลี ไข่นกกระทาต้มสุก และขนมปังที่ผลิตจากแป้งชนิดพิเศษ
แซนด์วิช "von Essen Platinum" ของเชฟพาร์คินสัน จำหน่ายในราคาอันละ 100 ปอนด์ หรือกว่า 5.5 พันบาท ถ้าใครอยากลองทานว่าจะเด็ดสักแค่ไหน ก็ไปพิสูจน์ได้ที่ภัตตาคาร "Cliveden’s Waldo" ของโรงแรม "von Essen"
8. พิซซ่าแพงที่สุดในโลก - พิซซ่า Luis XIII
พิซซ่าที่แพงสุดในโลก คือ พิซซ่า "Louis XIII" ฝีมือเชฟหนุ่มชาวอิตาลีที่ชื่อ "เรนาโต้ วิโอล่า"
พิซซ่า "Louis XIII" มีขนาด 8 นิ้ว ก่อนทำต้องใช้เวลาในการเตรียมแป้งเป็นเวลานานถึง 72 ช.ม. ขณะที่ท็อปปิ้งหรือหน้าพิซซ่าล้วนมาจากส่วนผสมคุณภาพเยี่ยม อาทิ ชีส mozzarella di bufala ไข่ปลาคาเวียร์ 3 ชนิด กุ้งล็อบสเตอร์จาก Cilento (ในอิตาลี) และประเทศนอร์เวย์ โรยหน้าด้วยเกลือสีชมพูที่มาจากแม่น้ำ Murray ในประเทศออสเตรเลีย ฯลฯ
"เรนาโต้ วิโอล่า"
พิซซ่าแพงสุดในโลก "Louis XIII" จำหน่ายในราคาอันละ 8,300 ยูโร หรือเกือบ 4 แสนบาท (ราคานี้รวมค่าตัวเชฟและผู้ช่วยอีก 2 คน ที่จะหอบข้าวของและอุปกรณ์ต่างๆ ไปทำพิซซ่าถึงบ้านลูกค้า)
9. ออมเล็ตแพงที่สุดในโลก - ออมเล็ตของภัตตาคาร Le Parker Meridien ในกรุงนิวยอร์ค
"ออมเล็ต" หรือไข่คน แพงที่สุดในโลกหารับประทานได้ที่ภัตตาคาร "Le Parker Meridien" ในกรุงนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา
ที่นั่นเขาขายออมเล็ต (ภาพบน) จานละ 1,000 เหรียญ หรือประมาณ 34,000 บาท ประกอบด้วยส่วนผสมหลัก ได้แก่ ไข่ปลาคาเวียร์ (sevruga) น้ำหนัก 10 ออนซ์ กุ้งล็อบสเตอร์ทั้งตัว และไข่อีก 6 ฟอง เป็นต้น (เขาว่าถ้านำส่วนผสมทั้งหมด มาทำเองที่บ้าน ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ราวๆ 700 เหรียญ หรือประมาณ 23,800 บาท)
10. ขนมหวานแพงที่สุดในโลก - ไอศครีม ซันเด ของร้าน Serendipity 3 ในแมนฮัตตัน
ไอศครีมช็อคโกแลตซันเด ถ้วยนี้ ได้รับการจดบันทึกลงในกินเนสบุ้ค ออฟ เวิล์ด เรคคอร์ด ว่าเป็น "ขนมหวานแพงที่สุดในโลก" มีจำหน่ายที่ร้าน Serendipity 3 ในแมนฮัตตัน กลางกรุงนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ด้วยสนนราคาถ้วยละ 25,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 850,000 บาท “Frrrozen Haute Chocolate” คือ ชื่อของช็อคโกแลต ซันเดแพงระยับถ้วยนี้ ส่วนสาเหตุที่มีราคาแพงเนื่องมาจากไอศครีมมีส่วนผสมของโกโก้พันธุ์ดีและหา ยากมากๆ จำนวน 28 ผล (ในจำนวนนี้มีอยู่ 14 ผลที่เป็นโกโก้ชนิดแพงที่สุด) และทองคำ 23 เค ชนิดทานได้ น้ำหนัก 5 กรัม ไอศครีมดังกล่าวจะถูกบรรจุลงในถ้วยทองคำ ที่มีแผ่นทองคำชนิดทานได้รองอยู่ภายในถ้วย นอกจากนี้บริเวณฐานของถ้วยไอศครีมยังตกแต่งด้วยสร้อยทอง 18 เค พร้อมกับเพชรแท้สีขาวอีก 1 กะรัต
อ้างอิง http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2246233
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น